เพิ่มเพื่อน

กระตุกต่อมแม่ ! ผลิดอก...ออกผล (ตอนที่2)

464 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กระตุกต่อมแม่ !  ผลิดอก...ออกผล (ตอนที่2)

ผลิดอก....ออกผล (ตอนที่2)

         ความห่วงใยของมนุษย์พ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น มันที่มีอยู่ทุกขณะจิตอยู่แล้ว แต่ก็ต้องปรับให้มันสมดุลย์กับช่วงวัยของเค้า ควรปล่อยให้เค้าได้เรียนรู้โลกกว้างด้วยตัวเอง 

         เรายังคงบอกรักและหอมกอดกันทุกวัน ก่อนแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน ให้พื้นที่ส่วนตัวกับเค้ามากขึ้น และจัดเวลาคุณภาพให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ทานข้าวเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน ให้เค้าได้เล่าอะไรต่อ

มิอะไรก็ตามแต่ใจเค้า เราเน้นฟัง ฟัง และฟัง (ไม่ได้ขัดแย้ง หรือคอยแต่จะอบรมสอนสั่ง)   


 ลูกจะรู้จักเลือกสิ่งดีๆให้ตัวเองได้ และเปิดเผยตัวตน   

        คุณลูกชายวัย 7 ขวบของผู้เขียน ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เขาจะเลือกกิจกรรมพิเศษเอง

หรือเลือกสถานที่ๆอยากไปเที่ยวในวันหยุด เช่น 

        ก่อนถึงวันหยุดเขาจะบอกล่วงหน้าเองว่าอยากไปไหน หรืออยากทำอะไร เช่น หนูอยากไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  ไปห้องสมุด อุทยานผีเสื้อ หรืออะไรที่เกี่ยวกับหมวดที่เค้าสนใจ (บางครั้งเค้าไม่รู้จักชื่อสถานที่ แต่เขาจะบอกว่าอยากไปประมาณไหน)  หรืออยากทดลองวิทยาศาสตร์เรื่องอะไร หากแม่ว่างและเห็นว่าเหมาะสม ก็มักจะพาไปตามที่เขาขอ

        วันดีคืนดีเขาก็บอกว่ามีความฝันจะมีอาชีพอะไรในอนาคต  มีช่วงนึงเขาเคยอยากมีอาชีพเป็นรปภ. หมู่บ้านด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้พบปะคนเยอะดี   

         ต่อมาก็สนใจที่จะขุดหาซากฟอสซิลไดโนเสาร์ และมาซักถามผู้เขียนอย่างเจาะลึกว่าเรียกว่าอาชีพอะไร ต้องทำอะไรบ้าง  (ผู้เขียนรีบเสิร์จหาข้อมูลประกอบ กลัวจะตอบผิด) เลยได้เล่าถึงอาชีพ

“นักธรณีวิทยา” “นักโบราณคดี”  “นักสำรวจ” อะไรเทือกๆนั้น...  ช่วงที่เขาฮิตขุดซากไดโนเสาร์นั้น พื้นสนามหญ้าที่บ้านก็จะมีหลุมมีรูอยู่เสมอๆเพราะเขาอยากเจอกระดูกไดโนเสาร์... (อิแม่ละปวดตับ)

          บางทีอยากเป็นนักสืบ (นักสืบจิ๋วโคนัน อะไรประมาณนั้น) ไปคอยแกะรอยอะไรต่อมิอะไรในบ้าน สันนิษฐานไปตามประสา  เอามาเขียนแผนผังทำแผนที่สืบค้น  ดูวุ่นวายดีแท้

         จนล่าสุดนี้ (เป็นมาหลายเดือนละ เขาอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ และนักประดิษฐ์มากมาย  เอาดินมาผสมกับน้ำใส่น้ำยาล้างจานสารพัดสูตรใส่ขวดน้ำเขย่าและวางทิ้งไว้ห้ามให้ใครยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด   บอกจะทำยาพิษ  เพื่อ ???? 

           และต่อมาอีกสักสองสามวัน ก็มีขวดคล้ายๆกันมาตั้งอยู่ข้างๆขวดเดิม แล้วสั่งทุกคนในบ้านห้ามยุ่งกับมันเช่นเดิม เพราะขวดนี้คือ ยาถอนพิษ !!! อุ๊ แม่เจ้า

           อีกทั้งคงยังวุ่นวายกับการประดิษฐ์สิ่งของ ชอบรื้อค้นของเล่นเก่าๆ กระดาษ สก๊อตเทป เศษไม้เอามาติดกัน  แถมมาพรีเซนท์ให้ผู้เขียนฟังถึงคอนเซปท์การใช้งานได้อีกด้วย   เครื่องช่วยให้อาหารปลา  เครื่องมือช่วยแม่ทำงานบ้าน อยากให้แม่มีผู้ช่วยทำงานบ้านแต่คุณลูกรื้อบ้านซะขนาดนั้น .....

จะแบ่งเบาแม่ได้จริงรึคร๊า ?ตอบ !!


               ซึ่งไม่ว่าลูกจะฝันหรืออยากจะมีอาชีพอะไร  ผู้เขียนก็ยินดีรับฟัง  และแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ร่วมด้วย  

               เราไม่เคยไปพูดขัดแย้งว่าสิ่งที่เขามันไม่ดี มันเป็นไปไม่ได้ หรือมันผิด หรือดูถูกความคิดลูกเลย  รับฟัง และเออออห่อหมกกันไป  เพราะความฝันของเด็กน้อยก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามประสบการณ์ชีวิตของเขานะแหละ  เราควรจะส่งเสริมให้เขาได้มีความฝัน มีจินตนาการเกี่ยวกับภาพอนาคตของตัวเค้าเอง และมีแรงบันดาลใจดีๆในการใช้ชีวิตอยู่เสมอๆ


 ลูกควรจะภูมิใจในตัวเองที่เก่งขึ้นทุกวัน เป็นที่ยอมรับของสังคมเล็กๆของเค้า  

        ในบางเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เช่น รูปร่าง ผิวพรรณ ชาติกำเนิด   หรือเบ้าหน้า (เว้นแต่จะไปทำศัลยกรรม 555 ) หรือแม้แต่บางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น ผลการเรียน ความฉลาดเฉลียว ความกล้าแสดงออก ในทุกสิ่งอย่างที่ได้หล่อหลอมขึ้นมาเป็นตัวตนของลูก   คนในครอบครัวทุกคนควรให้การยอมรับสิ่งนั้นให้ได้  พ่อแม่และคนรอบข้างไม่ควรอย่างยิ่งที่พูดจาเปรียบเทียบลูกกับผู้อื่น หรือแม้เปรียบเทียบกันเองกับพี่น้องในบ้าน     เพราะการทำเช่นนั้นลูกจะกลายเป็นคนขี้อิจฉาริษยา หรือมีปมในใจได้ 

การหมั่นเติมเต็มความรักให้กันเสมอๆด้วยปิยวาจา พูดจาชมเชย และให้กำลังใจกัน ลูกจะมีความภูมิใจในตัวเอง อยากที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ

สุดท้ายยังอุ่นใจว่าพ่อแม่ คือพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเค้าอย่างแท้ทรู    


***** นี่เป็นเพียงผลลัพธ์เล็กๆที่ได้จากการที่แม่และพ่อทุ่มเทเวลาเพื่อลูกในช่วงต้นๆของชีวิตลูกเพียงเท่านั้น   หากเราไม่ละความพยายาม ที่ใส่ใจดูแลเขาไปทุกวัน เขาคงจะมีอนาคตที่ดีเลยทีเดียว

           แต่การตั้งความหวังที่สูงและยิ่งใหญ่มากเกินไป ก็จะทำให้เกิดความทุกข์จากความคาดหวังนั้นๆได้  แถมยังเป็นการกดดันทั้งตัวเขาและตัวเรามากจนเกินไป  ขอให้ทำให้ดีที่สุดตั้งเป้าหมายสั้นๆไว้ตามระยะทางไว้ประมาณหนึ่งซึ่งไม่ต้องสูงส่งเลอเลิศมาก   เพียงเราทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน ผลตอบแทนนั้นย่อมคุ้มค่าเสมอ

           ทว่าเราก็ปรับให้การเลี้ยงดูให้เหมาะสมตามวัยเขา    ไม่ต้องประคบประหงมอุ้มชูเหมือนมีลูกเป็นเด็กเล็กๆทุกวัน การปูพรมให้ลูกเดินซะจนฝ่าเท้าบางเฉียบ จนลูกไม่เคยพบพานกับผิดหวัง  ไม่เคยต้องอดทน ไม่เคยต้องอดใจ ไม่เคยแพ้ใคร ไม่เคยรับรู้ และได้แก้ปัญหาอะไรเลย  ท้ายที่สุดเขาจะไม่มีภูมิคุ้มกันในชีวิตเลย และยากที่จะฟันฝ่าขวากหนามต่อไป ....

           ปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้สัจธรรมชีวิต ลองผิดลองถูก มีผิดหวังมีสมหวัง และดิ้นรนต่อสู้เองบ้าง  พอในวันนึงที่เขาเริ่มเป็นวัยรุ่นเขาเริ่มอยากมีโลกส่วนตัวของตัวเอง ก็ต้องมีพื้นที่ว่างๆสำหรับเขา    ไม่ต้องไปรู้เรื่องลูกซะทุกเรื่องทำเหมือนเขาเป็นเด็กไปตลอดชีวิต  เพราะถ้าหากคุณดูแลลูกแบบนั้นเค้าก็จะกลายเป็นเด็กในร่างผู้ใหญ่อย่างที่คุณคิดจริงๆ

 “ ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครในโลก ”  คำนี้แท้จริงยิ่งนัก 

แม้สามี-ภรรยาต่อให้รักกันปานจะกลืนกลินก็มิได้เป็นคนๆเดียวกัน หรือลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข เราก็ไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตเขา


 เพียงขอให้เขาเติบโตมาเป็นคนดี ฉลาดเฉลียว  ใช้สติในการดำเนินชีวิต 

รักและเห็นคุณค่าในตัวเอง **มีความสุขได้ในเรื่องง่ายๆ สร้างครอบครัวที่ดีได้ในอนาคต  

และที่สำคัญ **รู้ว่าพ่อกับแม่รัก และหวังดีกับเขามากที่สุดในชีวิต... ก็พอ

 

       ขอบคุณที่ติดตาม หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ

 


#สมาร์ทคิดส์พัฒนาศักยภาพเด็ก #ติวเข้าสาธิต #สอบสาธิตจุฬา #สาธิตเกษตร #สาธิตรามคำแหง



 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้