เพิ่มเพื่อน

กระตุก ต่อม แม่ ! ผลิ ดอก...ออกผล (ตอนที่1)

312 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กระตุก ต่อม แม่ !  ผลิ ดอก...ออกผล (ตอนที่1)

ผลิดอก ออกผล (ตอนที่1)

หลังจากที่พ่อแม่หมั่นเติมปุ๋ย รดน้ำ พรวนดินแล้ว 

เมล็ดพันธุ์น้อยๆเริ่มมีรากฝอย และแทงยอดอ่อนน้อยๆโผล่พ้นพื้นดิน มีลำต้นที่ตั้งตรง...

ให้ได้ชุ่มชื่นในหัวใจวันละเล็ก วันละน้อย  ความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นนี้ได้มาเติมเต็มครอบครัวให้มีความอิ่มเอมใจยิ่งขึ้น 

จึงขอยกกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวผู้เขียนเลยละกัน ( ลูกชายอายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 )  

**ผลที่เกิดขึ้น หลังจากที่ใส่ใจใกล้ชิดลูก และปฏิบัติตามตารางเวลา มาประมาณ 1 ปี

1.      ลูกมีวินัย และรู้หน้าที่ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน หลังจากทานอาหารว่าง เค้าาจะรู้หน้าที่ตัวเองว่า

(โดยไม่ต้องอิแม่ให้เตือน)  ต้องทำการบ้าน ทบทวนบทเรียนอื่นๆ ก่อน ถึงจะได้เล่น หรือได้ดูการ์ตูน 

2.      คุณครูที่โรงเรียนชมเรื่องผลการเรียน และคะแนนดีในหลายวิชา

3.      ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น(ในรร.)ระหว่างวันให้ครอบครัวฟังในตอนเย็นจนเป็นเรื่องปกติ

4.      บอกรักกัน และกอดกันทุกวัน โดยไม่เคยเขินอาย



**ผลที่เกิดขึ้น หลังจากที่ใส่ใจใกล้ชิดลูก และปฏิบัติตามตารางเวลา มาประมาณ 2 ปี

1.     ลูกยอมรับกติกาสังคม นึกถึงผู้อื่น นิ่งขึ้น มีสมาธิมากขึ้น  มีความสุข และสดใสตามวัย

2.     ลูกสอบติดโรงเรียนระดับจังหวัด ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในเลือกโรงเรียนได้มากขึ้น 

3.     ลูกสามารถเล่นเปียโนคล่องแคล่วขึ้น และเค้าแสนเพลิดเพลินเมื่อได้พรมนิ้วลงบนคีย์เปียโน

(ทั้งที่ตอนเริ่มเรียนใหม่ๆจะดูเบื่อ และไม่ค่อยชอบซ้อมเล่น)

4.     เริ่มเห็นแววบางอย่างในตัวเขา เช่น ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ นักคิด นักประดิษฐ์

5.     ลูกโดดเด่นเรื่องจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์  และชอบกีฬาฟุตบอลมาก

6.     เรารู้จักนิสัยใจคอลูกลึกซึ้งมากขึ้นทุกวัน

7.     ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเสมอๆ

        เล่าเรื่องเพื่อนๆ เล่าเรื่องคุณครู ทุกเรื่องที่ลูกอยากจะเล่า

   **ข้อ 7 นี้สำคัญมาก เราต้องทำให้บ้านและแม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของลูกได้เสมอ   
   

ผลที่เกิดขึ้น หลังจากที่ใส่ใจใกล้ชิดลูก และปฏิบัติตามตารางเวลา  มาประมาณ 3 ปี

1.     ผลการเรียนดี  

        แม่เพียงแค่คาดหวังให้ลูกเรียนทันเพื่อนในระดับชั้นเดียวกัน ไม่ตกๆหล่นๆ  รู้สึกสนุกเวลาเรียนรู้ และอยากไปโรงเรียนทุกวัน (ส่วนใหญ่เด็กที่เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง มักไม่ค่อยอยากไปโรงเรียน)  แต่ผลการเรียนของลูกก็ดีเกินกว่าที่แม่คาดหวังไว้  ลูกสอบได้ลำดับต้นๆของห้อง และครูก็ชมเสมอๆ ว่าลูกกล้าที่ตอบคำถามในห้อง  ร่าเริง และเชื่อฟังคุณครูดี....  ต่อมาลูกก็สามารถสอบเข้าโรงเรียนประถมศึกษาระดับประเทศ ที่มีอัตราการแข่งขันสูงถึง 1 ต่อ 30  ได้    นอกจากเพิ่มทางเลือกที่ดีในชีวิตแล้วผู้เขียนก็ประหยัดค่าเทอมไปได้อีกโขเลยทีเดียว

2.     แววบางอย่างในตัวลูกที่คิดว่าใช่  ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้   เช่น กีฬาฟุตบอล 

     ยามเย็นที่ผู้เขียนพาลูกไปพักผ่อนที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน  ลูกชายก็ไปร่วมเล่นฟุตบอลกับก๊วนเด็กๆเล่น จนใครๆที่เห็นลูกต่างก็ชมว่าลูกเราเนี่ยมีทักษะในการเลี้ยงลูกฟุตบอลที่ดีมากๆ โดดเด่น ปราดเปรียวและว่องไวเป็นนักหนา..... แถมยังแนะนำสถานที่เรียนฟุตบอลให้เพื่อนๆอีกนะ.....

       ในเมื่อลูกชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจเยี่ยงนี้ แถมยังมีแววอีกต่างหาก ผู้เขียนก็ไม่รอช้า  รีบพาลูกไปลงเรียนฟุตบอลเลย    แต่เรียนมาจนกระทั่งเข้าเดือนที่สามแล้ว  ปรากฎว่าลูกเราไม่สามารถเล่นบอลเข้าขาเป็นทีมได้กับเพื่อนๆเลย เค้าไม่กล้าที่จะแย่งลูกบอลจากทีมฝ่ายตรงข้าม  ได้แต่วิ่งตามกลุ่มก๊วนอยู่รั้งท้าย  และเพื่อนร่วมทีมก็ไม่ส่งบอลให้เค้าเลย  เหตุเพราะเวลาเขาได้ครองบอลก็ปล่อยให้ใครต่อใครมาแย่งบอลไปง่ายๆซะงั้น    แต่ครั้นช่วงเวลาที่โค้ชให้ซ้อมเลี้ยงลูกเดี่ยวๆก็ทำได้ดี....   

    และในเวลาต่อมาลูกก็มาบอกกับผู้เขียนว่า  “ เล่นฟุตบอลเป็นทีมอย่างนี้ไม่สนุกเลยแม่  

เลี้ยงลูกบอลเล่นคนเดียวสนุกกว่าเยอะ ”     อุ๊แม่เจ้า !!! (อิแม่เบิกตากว้าง.. เอามือทาบอก ) 

แม่คิดในใจว่า   กีฬาฟุตบอลเนี่ยเค้าทำงานกันเป็นทีมคะคุณลูกขา.....ถ้าคิดจะโชว์เดี่ยวๆ...

มันคงไม่รุ่งแล้วละลูกเอ๊ย 

     สรุปได้เลยว่าลูกไม่ชอบการปะทะ  ไม่ชอบที่จะแย่งชิง คงกลัวเจ็บตัว ...  แล้วผู้เขียนก็แอบฉุกคิดต่อได้อีกว่าเวลาพ่อเขาดูกีฬาฟุตบอลในทีวีเค้าก็จะไม่ได้สนใจดูด้วย   (ส่วนใหญ่เด็กที่อินกับกีฬาประเภทนั้นมากๆ จะชอบดูการแข่งขัน และมักมีนักกีฬาในดวงใจอีกด้วย) .... งั้นก็ถือว่าฟุตบอลสำหรับลูกเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและความเพลิดเพลินไปละกัน  ผู้เขียนก็ไม่ไปปักหมุดให้ไกลใหญ่โต (ก็เพราะลูกเรามันไม่ใช่อะ)

     พอเรียนฟุตบอลใกล้จะจบคอร์สแล้ว ลูกก็เบื่อฟุตบอลไปเองซะงั้นไม่ยอมที่จะเรียนต่อ  แถมสมัครใจมาเรียนว่ายน้ำแทน  ซึ่งผู้เขียนก็สนับสนุนอีกเช่นเคย  เพราะอย่างน้อยหากลูกว่ายน้ำเป็นก็หมดห่วงไปบ้างเวลาลงเล่นน้ำ  การเรียนว่ายน้ำในตอนเล็กๆก็ฝึกกันง่ายกว่ามาเรียนตอนโต   และมีอีกหลายๆอาชีพที่ต้องการรับสมัครแต่คนที่ว่ายน้ำเป็น

                                              -------------------------------------------------

                                                           ฝากติดตาม ผลิดอก ออกผล ตอนสองต่อไปจ้าา .... 

 

#สมาร์ทคิดส์ติวสาธิตจิตวิทยาเชิงบวก #สาธิตจุฬา #สาธิตเกษตร #สาธิตราม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้