กระตุกต่อมแม่....

Last updated: Mar 8, 2018  |  1003 จำนวนผู้เข้าชม  |  Article

กระตุกต่อมแม่....

           “ กระตุก ต่อม แม่ ”  คือ???? คือการที่มนุษย์ผู้หญิงเพศแม่ที่มีโอกาสได้ให้กำเนิดบุตรนั้น นับเป็นสิ่งมีชีวิตของโลกที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก  เพราะแม่ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งหลังคลอด  ตลอดจนทางด้านสมองและจิตใจก็มีความเปลี่ยนแปลงไปมากมายเช่นเดียวกัน
              ทางด้านร่างกาย  เริ่มมีอาการแพ้ท้อง หน้าอกคัด หน้าท้องใหญ่ ร่างกายอวบอ้วน อุ้ยอ้ายขึ้นเรื่อยๆ ผิวพรรณหมองคล้ำ หรือแตกลายงา  ท้องผูก  นอนไม่หลับ บางคนอาจมีโรคแทรกซ้อนต่างๆ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือแพ้ท้องกันจนกระทั่งคลอดลูกน้อยกันเลยทีเดียว  
             ทางด้านสมองและจิตใจ  เลือดลมสูบฉีด และฮอร์โมนต่างๆในร่างกายปรับตัวให้รับกับสภาวะแม่ที่จะเกิดขึ้น   ส่งผลให้อารมณ์อ่อนไหวแปรปรวน....รับความเครียดมากไม่ได้.....เกิดความวิตกกังวล......และสมองได้หลั่งสารแห่งความรัก ความห่วงหาอาทร ความผูกพันกับลูกน้อย ตลอดจนก่อตัวมากขึ้นไปเรื่อยๆและไม่มีวันสิ้นสุด.... นับว่าการผ่านชีวิตในแต่ละวันของผู้หญิงท้องนั่นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และถือเป็นความเสียสละระคนกับความสุขเล็กๆในหัวใจได้อย่างน่าประหลาด
             ทว่าความเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้  เป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้สร้างความมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่  ให้กับมวลมนุษย์เพศหญิงผู้เสียสละ ทั้งได้ส่งบททดสอบความอดทนอดกลั้นอันมหาศาล  ในขณะซ้ำร้ายโชคไม่เข้าข้างแม่บางคนให้คลอดลูกที่มีร่างกายหรือสมองไม่สมบูรณ์เหมือนลูกผู้อื่น  หรืออาจจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว(Single Mom)   ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการของ “แม่” เลยทีเดียว  
              หากวันนึงวันใดโชคมิได้เข้าข้างคนที่แม่อย่างคุณเลย  (ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นเสมอกับทุกชีวิตบนโลกเบี้ยวๆใบนี้)
ผู้เขียนก็ขอเอาใจช่วยให้ทุกครอบครัว... ให้ผ่านอุปสรรคทุกสิ่งไปได้ด้วยใจที่เข้มแข็ง และคิดบวก++++บวกแล้วบวกอีกอยู่เป็นนิจ  คนบนฟ้าคงทดสอบความแข็งแกร่งของคุณ เพื่อให้คุณเก่งมากยิ่งขึ้น... และรับมือกับมันได้ในที่สุด
             แน่นอนที่สุด มิใช่หน้าที่ของแม่จะปิดฉากลงตรงแค่ให้กำเนิดลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกเพียงเท่านั้น  เพราะนั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ  ผู้เขียนจึงขอใช้คำว่า “กระตุก ต่อม แม่” ซึ่งหมายถึงการฉุดดึงสัญชาตญาณทั้งหมดที่อยู่ในตัว“มนุษย์แม่”ออกมา  สิ่งนั้นมันสูงส่งเหนือสัตว์โลกทั้งปวง.... เพราะภายใต้จิตสำนึกแห่งแม่ที่มนุษย์พึงมีนั้นจะต้องใช้เสียสละอย่างมากมาย และผสานด้วยความละเอียดอ่อนของเพศหญิงอีกด้วย
              การจะเลี้ยงลูกเพียงเพื่อให้เป็น “คน” มันก็คงไม่ยากเท่าไหร่ ก็เลี้ยงส่งๆไปตาม มีตามเกิด ตามยถากรรม  แค่ให้ลูกได้กิน ได้นอน   ขับถ่าย และสืบพันธุ์  ดิ้นรนเอาตัวอยู่รอด สมองก็พัฒนาไปตามวาระของชีวิตเพียงเท่านั้น  นั่นอาจจะกล่าวได้ว่า  เป็นวัฏจักรของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่งตามห่วงโซ่อาหาร ที่ยังชีพอยู่ไปวันๆ รอดับสูญกลายเป็นปุ๋ย    โดยไม่คำนึงที่จะสรรค์สร้างให้ชีวิตมีคุณค่าต่อผู้ใดเลย แต่ “คน” นั้นจะสามารถพัฒนาสมองและจิตใจให้สูงส่ง จนเป็น “มนุษย์” ที่สมบูรณ์แบบได้ เพราะ “มนุษย์” ก็คือ “คน” ที่ได้ผ่านการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความใส่ใจ อบรม กล่อมเกลา พัฒนาจิตใจ พัฒนาสมองให้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ให้รู้จักคิด รู้จักใตร่ตรอง ดำรงชีวิตด้วยสติปัญญา รู้ผิดชอบชั่วดี  มีเมตตา มีศีลธรรมประจำใจ และสามารถควบคุมอารมณ์ให้อยู่เหนือกิเลสได้มากที่สุด
 
                อยู่ที่คุณจะเลือกแล้วละ ว่าจะเลี้ยงลูกแบบไหน..... หนึ่ง จะเลี้ยงลูกให้เป็น “คน”   หรือ  สองหรือจะเป็น “มนุษย์” หากคุณเลือกคุณข้อหนึ่งก็ไม่จำเป็นต้องอ่านบรรทัดต่อไปเลย... หยุดอ่านแล้วไปพักผ่อนซะ...
 
                 แต่ถ้าหากคุณเลือกข้อสอง บทความนี้จะทำหน้าที่ “ กระตุก ต่อม แม่ ” ในตัวคุณออกมาให้ได้มากที่สุด และโปรดใช้วิจารญาณความเป็นมนุษย์  มาวิเคราะห์ และปรับใช้ให้เหมาะกับสิ่งที่เป็นปัจจุบันของครอบครัวคุณ   ซึ่งผู้เขียนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าต้องคุณทำได้แน่นอน      ดังนั้นภาระอันแสน
ยิ่งใหญ่เต็มสองบ่าของ “มนุษย์แม่” นั้น คือต้องเลี้ยงดู “มนุษย์ลูก” ในสภาวะการณ์ที่เราเป็นอยู่ ให้สุดความสามารถตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจอยู่นั่นเอง....
 
 
 
 
 
 

Powered by MakeWebEasy.com